แมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลต์

แมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลต์ วิธีการเลี้ยง การดูแล

ประวัติความเป็นมาของแมวสุดฮิตอย่าง แมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลต์

         หน้ากลม ตัวอวบ ๆ แน่น ๆ หูตก ขนฟูนุ่ม หยิ่ง ๆ แบบเจ้านาย ถือเป็นสัญลักษณ์ของแมวชนิดนี้ และเป็นแมวที่ไม่ได้ที่กำเนิดที่ไทยอย่างแน่นอนค่ะ ด้วยลักษณะ ทางกายภาพแล้ว มีโครงสร้างที่ใหญ่ โดยมีจุดกำเนิดที่ประเทศสก๊อตแลนด์ ซึ่งในอดีตแมวชนิดนี้มีลักษณะหูพับขึ้นด้านหน้า ซึ่งไม่มีที่ไหนที่มีแบบนี้ ในยุคนั้น จึงทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนในปี ค.ศ.1966 ก็ได้ตั้งชื่อพันธุ์แมวนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นเกียรติแก่แมวสายพันธุ์นี้ ที่ได้กำเนิดครั้งแรก ซึ่งในยุคนั้น ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่นัก

เนื่องจากยังมีความเชื่อว่า ลักษณะของหูที่พับลงของแมวชนิดนี้นั้น อาจทำให้แมวมีปัญหาเรื่องหูตามมา อาจจะเป็นโรคพิการทางหูได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เกิดการพัฒนาทางการแพทย์ของสัตว์ ทำให้ผู้คนได้รู้ว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคติดต่อทางหูได้ ผู้คนจึงได้นิยมเลี้ยงกันมากขึ้นนั่นเองค่ะ และก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก เพราะมีลักษณะที่ดูน่ารัก ตาใสแป๋ว และในปัจจุบัน ยังเป็นแมวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกด้วยค่ะ รวมถึงประเทศไทยด้วยค่ะ นิยมเลี้ยงเป็นอันดับ 1 เลย จากที่คนไม่ยอมรับแมวชนิดนี้กัน แต่ก็อดใจกับความน่ารักไม่ไหว ขอสมัครเป็นทาสกันทั่วโลกเลยค่ะ แอดมินก็เช่นกันค่ะ 

โรคที่สามารถเป็นได้ง่าย และโภชนาการของสก๊อตติชโฟลต์

         การดูแลไม่ให้เจ้านายเราเจ็บป่วยนั้น   ไม่ยากแล้วก็ไม่ง่าย วันนี้แอดมินจึงได้รวบรวมโรคเบื้องต้นที่เจ้านายเราอาจจะเป็นปัญหาอยู่ค่ะ  

-โรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะที่ข้อเท้า และข้อเข่า อาจเกิดจากการที่น้ำหนักตัวมาก ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก แนะนำควบคุมอาหารน้องและพาน้องออกกำลังกายตลอดนะคะ

-โรคหัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เป็นอีกโรคที่พบได้บ่อยในแมวสายพันธุ์นี้ แต่จากการวิจัยและคุณหมอที่เช็ค ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะเกิดจากกรรมพันธุ์หรือเพราะอาหารการกิน

-ปัญหาช่องหู อันเนื่องมาจากใบหูที่พับ อาจทำให้เกิดปัญหาอับชื้นและเกิดปัญหาหูอักเสบตามมาได้ค่ะ สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ คือการเช็ดหูให้น้องบ่อย ๆ ค่ะ

ในส่วนของอาหาร ตอนอายุ 1 – 2 เดือน นั้น ควรให้ทานโปรตีนเสริมจากนมแพะด้วย เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

และเมื่ออายุ 2 – 3 เดือน ขึ้นไป ให้อาหารเม็ดผสมกับเนื้อสัตว์อย่างอกไก่ฉีกเส้นเล็ก ๆ หรือทูน่ากระป๋อง ควรให้ทานเนื้อสัตว์อาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง เท่านั้นเพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักจนเกินไป

เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์แล้ว หรือพาน้องแมวไปทำหมัน ควรจำกัดอาหารเม็ดหรือเลือกสูตรที่โปรตีนน้อยลง ไขมันต่ำ คาร์บโบไฮเดรตต่ำ วิตามินสูง และจำกัดการให้ทานอาหาร น้ำหนักต่อตัวที่กำลังพอดีของวัยเจริญพันธุ์คือ ควบคุมไม่ให้เกิน 6.5 กิโลกรัม

ในส่วนของแมวที่ตั้งท้อง ต้องให้ทานอาหารที่ไขมันสูงขึ้น เพื่อต้องเลี้ยงลูกในท้องนั่นเองค่ะสูตรอาหารควรเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยแต่ไม่ควรให้ทานมากจนเกินไป เพราะอาจประสบปัญหาสภาวะ น้ำหนักเกินหลังคลอด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การเลี้ยง แมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลต์ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเลยใช่มั้ยคะ ข้อมูลที่แอดมินหามาให้นี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามและขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ใกล้บ้านได้เลยค่ะ และที่สำคัญ ถ้าใครตัดสินใจเลี้ยงแล้ว อย่าทิ้งน้องกันเลยนะคะ เพราะคุณคือโลกทั้งใบของเค้า เค้าไม่มีใครแล้วนอกจากคุณ

ขอบคุณข้อมูลจาก zenmaru.com

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม กระต่าย แนะนำสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o