amaritans

ศาสนศาสตร์ของชาวสะมาเรีย Samaritans

ศาสนศาสตร์ของชาวสะมาเรีย Samaritans

ศาสนศาสตร์ของชาวสะมาเรีย Samaritans ชาวสะมาเรียเชื่อว่าภูเขาเกอริซิม ไม่ใช่เยรูซาเล็ม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้ากำหนดไว้ตั้งแต่ต้น พวกเขาอ้างว่าโทราห์ได้รับมอบให้แก่โมเสสโดยพระเจ้าแห่งอิสราเอล ต่อมาตำรา Rabbinical ถูกปฏิเสธ The Samaritan Pentateuch (หนังสือห้าเล่มของโมเสส) เป็นข้อความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพื้นฐาน เสริมด้วยพงศาวดารทางประวัติศาสตร์ พวกเขาเชื่อว่าในตอนท้ายของวัน คนตายจะฟื้นคืนชีพโดยทาเฮบ ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ฟื้นฟู” หรือ “ผู้เผยพระวจนะอย่างโมเสส” ในความสัมพันธ์กับเทศกาลปัสกา พวกเขามีฮักกาดาห์ (ข้อความสำหรับพิธีกรรมเซอเดอร์) ชาวสะมาเรียยังคงมีฐานะปุโรหิตและปุโรหิตระดับสูง ซึ่งถือว่าเป็นผู้แปลธรรมบัญญัติอย่างแท้จริง

ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างเยรูซาเล็มกับชาวสะมาเรียสะท้อนให้เห็นในการอ้างอิงพระกิตติคุณ: “พระเยซูสิบสองคนนี้ส่งออกไปพร้อมกับคำแนะนำต่อไปนี้: ‘อย่าไปท่ามกลางคนต่างชาติหรือเข้าไปในเมืองใด ๆ ของชาวสะมาเรีย ไปหาแกะหลงของอิสราเอล'” ( มัทธิว 10:5-6) บางครั้งสิ่งเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิดของชาวยิวในกรุงเยรูซาเล็มเช่นเดียวกับในคำอุปมาเรื่องชาวสะมาเรียใจดีของลูกา (10:25-37) และหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำ (ยอห์น 4:4-26) กิจการ 8:14-17 เล่าถึงเรื่องราวของการเปลี่ยนใจเลื่อมใสของชาวสะมาเรียโดยสาวกเปโตรและยอห์น

3 4 1 - ศาสนศาสตร์ของชาวสะมาเรีย Samaritans

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

การบุกรุกของชาวอัสซีเรีย

จักรวรรดิอัสซีเรียโบราณมีอยู่ในระยะต่างๆ ตั้งแต่ค. 2000 ถึง 600 ปีก่อนคริสตศักราชในพื้นที่ที่เรียกว่าเมโสโปเตเมีย นีนะเวห์กลายเป็นเมืองหลวง ระหว่างจักรวรรดินีโอแอสซีเรีย (ค.ศ. 900 ก่อนคริสตศักราช) การขยายตัวเริ่มขึ้น โดยเฉพาะทางทิศตะวันตก ในการควบคุมทางตอนใต้ของลิแวนต์ อียิปต์สนับสนุนการก่อกบฏในพื้นที่ แต่ซาร์กอนที่ 2 (722-705 ก่อนคริสตศักราช) ยุติอาณาจักรทางเหนือของอิสราเอล จารึกไว้ที่กำแพงวังที่ Dur-Sharrukin จารึกไว้ว่า: “ในปีแรกของฉัน … ฉันอุ้มชาวสะมาเรีย … ถึงจำนวน 27,290 … เมืองที่ฉันสร้างใหม่ ฉันสร้างมันขึ้นมา ยิ่งใหญ่กว่าแต่ก่อน”

เพื่อลดการกบฏในอนาคต ชาวอัสซีเรียฝึกการแลกเปลี่ยนประชากร การย้ายคนของพวกเขาไปยังอิสราเอลตอนเหนือ พวกเขาขับไล่ชาวยิวไปทางตะวันออก สิบเผ่ากลายเป็น ‘หลงทาง’ ซึ่งหมายถึงสูญหายไปในประวัติศาสตร์ กรุงเยรูซาเล็มถูกล้อมแต่อยู่ภายใต้การปกครองของเฮเซคียาห์และศาสดาที่รู้จักกันในชื่ออิสยาห์ที่ 1

การควบคุมโดยชาวอัสซีเรียถูกล้มล้างโดยจักรวรรดินีโอบาบิโลนและเนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 (ร. 605-562 ก่อนคริสตศักราช) เศเดคียาห์ได้รับการแต่งตั้งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของยูดาห์ แต่ท้ายที่สุดก็ปฏิเสธที่จะจ่ายส่วย เนบูคัดเนสซาร์ปิดล้อมกรุงเยรูซาเล็มและทำลายเมืองและพระวิหารของโซโลมอนในปี 587 ก่อนคริสตศักราช บาบิโลนมีแนวปฏิบัติที่คล้ายคลึงกันในการแลกเปลี่ยนนักโทษ แม้ว่าพวกเขาจะสนใจแค่การพาพวกขุนนาง นักบวช และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ เท่านั้น ชนชั้นล่างเหลืออยู่ในยูดาห์ คนอื่น ๆ ถูกพาไปยังบาบิโลน ในช่วงเวลาที่เป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นเชลยของชาวบาบิโลน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ พิพิธภัณฑ์ เรือประจัญบาน USS Iowa ในลอสแองเจลิส

เครดิต เว็บตรงไม่มีขั้นต่ำ